article1

ตลาดอสังหาฯ กำลังชะลอตัว…
หรือกำลังเปิดโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุน?

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแรง และความไม่มั่นใจในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับกลยุทธ์จากการเร่งขยายธุรกิจ มาเป็นการบริหารสภาพคล่องและควบคุมความเสี่ยงมากขึ้น

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ขณะที่หลายบริษัทเลือกเร่งระบายสต็อก ขายที่ดิน หรือจับมือกับพันธมิตรเพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ ภาพรวมดังกล่าวอาจทำให้หลายคนมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเข้าสู่ช่วงซบเซา แต่หากมองในมุมของนักลงทุน นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจไม่น้อย

เมื่อผู้ขายต้องแข่งขัน ผู้ซื้อจึงมีทางเลือกมากขึ้น

ในภาวะที่ผู้ประกอบการต้องการรักษายอดขายและกระแสเงินสด ตลาดจึงมีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไขการซื้อ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด เงินคืน ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่หาได้ยากในช่วงตลาดขาขึ้น

สำหรับผู้ที่มีความพร้อมด้านการเงิน สถานการณ์เช่นนี้ช่วยเพิ่มอำนาจในการต่อรอง และเปิดโอกาสให้ได้สินทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสมกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือโครงการในทำเลที่ยังมีความต้องการจริง

ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่

แม้บทความของ REIC จะสะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนหนึ่งชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้หมายความว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะหายไปทั้งหมด

ข้อมูลยังพบว่า ที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทยังคงมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าตลาดที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงยังสามารถเติบโตได้ ขณะที่ตลาดบ้านระดับราคาสูงเริ่มชะลอตัวมากกว่าเดิม

สำหรับนักลงทุน นี่เป็นสัญญาณว่าการเลือกลงทุนควรให้ความสำคัญกับทำเล กลุ่มผู้ซื้อ และความต้องการของตลาด มากกว่าการมองภาพรวมของตลาดเพียงอย่างเดียว

วิกฤติ "คนไม่ซื้อบ้าน" กับโอกาสของนักลงทุนระยะยาว

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ REIC กล่าวถึง คือปรากฏการณ์ "Self-Rejection" หรือผู้ที่มีศักยภาพในการกู้ซื้อบ้าน แต่เลือกชะลอการซื้อ เพราะยังไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจ รายได้ และภาระทางการเงินในอนาคต

แม้จะส่งผลให้ยอดซื้อเพื่ออยู่อาศัยชะลอลงในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยยังคงต้องการที่อยู่อาศัย จึงหันมาเลือก "เช่า" แทนการซื้อ ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อการเช่าในหลายพื้นที่ยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะทำเลใกล้แหล่งงาน มหาวิทยาลัย ระบบขนส่งมวลชน และศูนย์กลางธุรกิจ

สำหรับนักลงทุนที่มองการสร้างกระแสเงินสดจากค่าเช่า แนวโน้มดังกล่าวอาจเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว หากเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

การลงทุนที่ดี ไม่ได้อาศัยจังหวะตลาดเพียงอย่างเดียว

แม้ช่วงที่ตลาดชะลอตัวจะเปิดโอกาสให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเงื่อนไขที่น่าสนใจ แต่การลงทุนที่ดีควรพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของทำเล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต ความต้องการเช่าของพื้นที่ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ตลอดจนความสามารถในการถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรประเมินความพร้อมทางการเงินของตนเอง ทั้งเงินดาวน์ ภาระผ่อนชำระ และเงินสำรอง เพื่อให้การลงทุนสามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง

มองวิกฤติให้เป็นจังหวะของการเติบโต

ทุกวัฏจักรของตลาดอสังหาริมทรัพย์ล้วนมีทั้งช่วงขยายตัวและช่วงชะลอตัว ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน นักลงทุนเองก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ในการศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบโครงการ และเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

แม้ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าตลาดจะฟื้นตัวเมื่อใด แต่ในอดีตหลายครั้ง โอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

การตัดสินใจลงทุนจึงไม่ควรอาศัยเพียงอารมณ์หรือกระแสของตลาด แต่ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่เชื่อถือได้ การวิเคราะห์อย่างรอบด้าน และการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม เพราะสุดท้ายแล้ว อสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในทำเลที่ดี ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้ในระยะยาว

ที่มา: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) บทความ "อสังหาฯ ประคองสภาพคล่อง หวั่นวิกฤติใหม่ 'คนไม่ซื้อบ้าน'" พร้อมเรียบเรียงและวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อประกอบมุมมองด้านการลงทุน